วันศุกร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ทำแผนที่ไปบ้านตัวเองง่ายๆ ผ่าน Google Maps

1. ต้องบอกก่อนว่าบ้านเราอยู่แถวไหน โดยสมมุติว่า ซอย 12 ซอยหมู่บ้านเจริญสุข ถนนรัชดาภิเษก 18 ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

2. จากนั้นเข้าไปที่ http://maps.google.co.th/

3. กรอกชื่อถนน กับเขต และจังหวัดลงไปก่อนก็จะได้ข้อมูลดังภาพ

4. จากนั้นให้คุณคลิ๊กเลือกไปที่ "เส้นทาง" ที่อยู่ในเมนูด้านขวามือ

5. ที่นี้เมนูด้านซ้ายมือก็จะเปลี่ยนไปเป็นการแสดงเส้นทางจาก A ไป B โดย A คือ ต้นทาง และ B เป็นปลายทาง ซึ่งข้อมูลที่กรอกตอนแรกนั้นจะเป็นปลายทาง ส่วนข้อมูลใน A จะว่างไว้ แต่จะมาแสดงผลที่ในรูปแผนที่สีแดง แทน

6. ต่อไปก็ต้องสร้างรูป B ซึ่งเป็นปลายทางในแผนที่ขึ้นมา โดยการก็อบปีข้อมูลที่อยู่ใน B ไปใส่ไว้ใน A

7. ทีนี้แผนที่จะเปลี่ยนสเกลให้ละเอียดขึ้น จะเห็นรูป B ที่เป็นสีเขียวขึ้นมาแทน ซึ่งจริงๆ แล้ว ณ ตอนนี้จะมีรูป B กับรูป A ทับซ้อนกันอยู่

8. ให้คุณปรับสเกลที่อยู่ด้านซ้ายมือใหม่ ให้หยาบขึ้นโดยการเลื่อนกดเครื่องหมาย - จนได้ขนาดเดียวกับตอนแรกหรือขนาดที่คุณจะเห็นบ้านคุณอยู่ในแผนที่ได้

9. เลื่อนจุด B ไปยังปลายทางซึ่งในที่นี้คือ ซอย 12 ซอยหมู่บ้านเจริญสุข ถนนรัชดาภิเษก 18 ห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร

10. แล้วเลื่อนจุด A ไปอยู่ตรงปากซอยรัชดาภิเษกซอย 18

จาก นั้นคุณกับแต่งภาพให้ดูเหมาะสมเสียหน่อย เท่านี้คุณก็ได้แผนที่จากถนนใหญ่เข้าไปถึงบ้านคุณแล้ว พร้อมในแผนที่ยังบอก เส้นทางและระยะทางอีกด้วย

Tip: Gmail เพิ่มลูกเล่น "ลาก" ไฟล์แนบจากในเมล์ไป "วาง" บนเดสก์ทอปได้ทันที

สำหรับคุณสมบัติที่เพิ่มเข้ามาใหม่ให้กับผู้ใช้ Gmail จะคล้ายๆ กัน แต่คราวนี้จะเป็นการที่ผู้ใช้สามารถลากไฟล์แนบจากอีเมล์ที่เปิดอ่านไปวางลง บนเดสก์ทอปได้ทันที รวดเร็วทันใจวัยโจ๋ขึ้นอีกนิดหนึ่ง ซึ่งหากเป็นแต่ก่อนผู้ใช้จะต้องคลิกไอ คอนไฟล์แนบ เพื่อดาวน์โหลด อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขที่จะทำให้คุณสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้ก็คือ เปลี่ยนไปใช้บราวเซอร์ Chrome ของ Google สิครับ :D

8 วิธียืดอายุแบตเตอรี่ iPhone ให้ใช้งานได้นานขึ้นกว่าเดิม

อยากให้คุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ได้มีความสุขกับ iPhone นานขึ้น วันนี้ก็เลยขออนุญาตแนะนำวิธีเซตอัพให้ iPhone ของคุณใช้พลังงานแบตเตอรี่อย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราไปติดตามกันดูเลยครับว่า 8 วิธีประหยัดแบตฯ iPhone ให้ใช้ได้นานขึ้นนั้น มีอะไรบ้าง?

ปิดคุณสมบัติการแจ้งเตือน ทราบไหมครับ ว่า ระบบแจ้งเตือน (push notification) ที่เปิดให้แอพฯ ต่างๆ ได้มีโอกาสอัพเดตข้อมูลไปจนถึงตัวโปรแกรมเอง Notification เป็นคุณสมบัติหนึ่งที่ใช้พลังงานแบตฯมิใช่น้อย หากไม่จำเป็นต้องใช้ก็ปิดไปก่อนดีกว่า ผู้พัฒนาแอพฯส่วนใหญ่จะเขียนโปรแกรม ให้ใช้คุณสมบัตินี้ ซึ่งในกรณีทีมีแอพฯหลายตัวอยู่ใน notification แบตเตอรี่ก็จะถูกใช้มากตามไปด้วย เนื่องจากทุกครั้งทีมีกระตุ้นเตือน ระบบจะต้องมีการเชื่อมต่อไร้สาย (Wi-Fi, 3G, Edge, etc.) ไปยังเว็บไซต์ของแอพฯ เหล่านั้น

ปิด push e-mail หาก คุณไม่ได้กำลังรออีเมล์ด่วนจากใคร แบบมาปุ๊บต้องเปิดอ่านทันที ก็ไม่จำเป็นต้องเปิดการทำงานของ push e-mail เพราะเพียงแค่แตะไอคอน e-mail ที่ดีฟอลต์การทำงานของโปรแกรม มันก็จะตรวจเช็คทุกอินบ๊อกซ์ (All Inboxes) ให้โดยอัตโนมัติอยู่แล้ว สะดวกง่ายดาย ไม่ต้องรีบร้อนก็ได้

ปิดการใช้สัญญาณวิทยุทุกประเภทที่ไม่ได้ใช้ ผู้ ใช้บางท่านไม่ทราบว่า เราสามารถปิด (disable) การทำงานของ 3G ได้ ซึ่งมันจะช่วยให้คุณสำรองแบตเตอรี่ไว้ใช้ได้นานขึ้น และหากต้องการประหยัด พลังงานมากกว่านี้อีกก็ปิด Wi-Fi, Bluetooth และ GPS เนื่องจากการค้นหาสัญญาณวิทยุเหล่านี้จะเป็นการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ของ iPhone มากทีเดียว หากคุณต้องการเล่นเกมส์ อ่านอีบุ๊ค ฟังเพลง หรือดูคลิปวิดีโอที่อยู่ในเครื่องได้นานขึ้นขณะเดินทางไกล ลองปิดการทำงานของคุณสมบัติเหล่านี้ดูนะครับ

ปิดการทำงานในแบคกราวด์ (background tasks) สำหรับ ผู้ใช้ iOS 4 ที่มาพร้อมกับคุณสมบัติ multitasking การเปิดแอพฯค้างไว้ในเครื่องหลายๆ ตัวโดยไม่ปิด เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แบตเตอรี่ของคุณหมดเร็ว โดยเฉพาะแอพฯที่มีการติดต่อกับเน็ต อย่างเช่น Skype ซึ่งผู้ใช้จะต้องเสียพลังงานแบตฯมากมายหากต้องรอคอย ขั้นตอนการปิดก็แค่ดับเบิ้ลคลิกปุ่ม Home รายการแอพฯที่รันค้างจะปรากฎขึ้นด้านล่าง ใช้นิ้วจิ้มค้างไว้จนวงกลมสีแดงปรากฎขึ้นมาที่มุมบนซ้ายของไอคอน ให้ใช้นิ้วแตะเพื่อปิดพวกมันไปซะ แค่นี้ก็เรียบร้อย

ตั้งค่าความสว่างของหน้าจอเป็นแบบปรับอัตโนมัติ การ ลดความสว่างของหน้าจอช่วยประหยัดพลังงานแบตเตอรี่ได้มากทีเดียว แต่มันก็ดูขัดกับความต้องการผู้ใช้ เพราะหลายคนชื่นชอบหน้าจอ iPhone ตรงที่มันสว่างสดใสนั่นเอง ดังนั้นทางเลือกที่เหมาะสมกว่าก็คือ การปรับแสงสว่างโดยอัตโนมัติ ซึ่ง iPhone จะสามารถปรับความสว่างของหน้าจอเทียบกับแสงสว่างของสิ่งแวดล้อมให้โดย อัตโนมัติ โดยเฉพาะการใช้งานใน หรือนอกสถานที่ที่มีแสงสว่างแตกต่างกันพอสมควร เพราะมันไม่จำเป็นเลยที่จอ iPhone ของคุณต้องสว่างตลอดเวลา

ปิดการตอบสนองของเกมส์ที่ใช้ force feedback เกมส์ แอคชั่นหลายๆ เกมส์จะใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติการสั่น (vibrate feature) ในการจำลองความรู้สึกโต้ตอบที่เกิดขึ้นในเกมส์ ซึ่งโดยกลไกการทำงานลักษณะดังกล่าว จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่มาก สำหรับการขับให้มอเตอร์ลูกเบี้ยวทำงานนั่นเอง

หาตัวช่วยอย่างปลอกสำรองแบตฯ (battery back-up case) แม้ ปลอกใส่ iPhone พวกนี้จะทำให้มือถือของคุณหนาขึ้น แต่กับระยะเวลาในการใช้งานที่นานขึ้นเป็น 2 เท่ามันก็คุ้มค่าดีนะครับ ไม่เชื่อลองให้น้องผึ้งแนะนำอีกทีก็ได้ครับ :D

ซิงค์ iPhone อย่างสม่ำเสมอ แม้คุณจะไม่ค่อยเปลียนแปลง Playlists หรือติดตั้งแอพฯใหม่ๆ บ่อยนัก การซิงค์ iPhone กับ PC อย่างสม่ำเสมอจะทำให้คุณได้ใช้ OS และเฟิร์มแวร์รุ่นล่าสุด เนื่องจากอัพเดตของ Apple มักจะมีการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดการพลังงานของแบตเตอรี่ด้วย

หวังว่า ทิปเล็กๆ ที่ช่วยประหยัดพลังงานแบตฯ iPhone ให้ใช้ได้นานขึ้นนี้ จะเป็นประโยชน์กับคุณผู้อ่านทุกท่านนะครับ :)

รู้เท่าทัน Face Time ใน iPhone 4 สูบเงินไม่รู้ตัว

ดูแล้วก็ไม่น่ามีอะไร เพราะที่ไหนมี WiFi ก็น่าจะใช้ได้ แต่อย่างที่บอกไปแล้วข้างต้น ว่า FaceTime คือบริการ ดังนั้นก็ต้องมีการเปิดใช้งาน หรือก็คือ การรีจิสเตอร์นั่นเอง สำหรับการรีจิสเตอร์จะต้องรีจีสเตอร์กับโอปอเรเตอร์ที่ขายเครื่องไอโฟนให้ ซึ่งนั่นก็คงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ iPhone ไม่สามารถวางขายหลายๆ ประเทศได้ทันที เพราะแอปเปิ้ลคงมีเงื่อนไขว่า "ให้โอปอเรเตอร์ที่ขายเครื่องไอโฟนติดตั้งและทดสอบเซิร์ฟเวอร์สำหรับรีจี สเตอร์ก่อน" ซึ่งแน่นนอนว่าสำหรับเครื่องหิ้วการรีจิสเตอร์นั้นจำเป็นที่จะต้องส่งค่าไป รีจีสเตอร์กับโอเปอร์เตอร์ที่คุณซื้อเครื่องมา ซึ่งถ้าใช้บริการกับโอเปอร์เตอร์ที่ซื้อเครื่องมานั้น ได้ข่าวว่าฟรี แต่ถ้าไม่ได้ใช้บริการของเขา ค่าบริการนี้เราก็ต้องออกเองครับ จะถูกจะแพงอันนี้ขึ้นอยู่กับโอปอเรเตอร์รายนั้นๆ กำหนด

ตรงนี้เอง ครับ ที่มาของปัญหาเรื่องสูบเงิน เพราะการรีจีสเตอร์นั้น จำเป็นต้องมีการส่งข้อมูล ถ้าทำเสร็จได้ครั้งเดียวก็จบไป แต่ถ้าไม่ iPhone 4 ก็จะพยายามส่งค่าไปรีจีสเตอร์เรื่อยครับ แน่นนอนว่าทุกครั้งที่ส่งค่าไป คุณก็ต้องจ่ายเงินทุกครั้งเช่นกัน แต่ใช่ว่ารีจีสตอร์ครั้งเดียวได้แล้วจะจบ ถ้าคุณเผลอไปทำอะไรดังต่อไปนี้ แล้วละก็คุณจะต้องรีจีสเตอร์ใหม่ทุกครั้ง

  • ปิดปุ่ม Facetime แล้วเปิดใหม่
  • Restore เครื่องหรือล้างเครื่องใหม่ (wipe)
  • เปลี่ยนซิมการ์ด
  • ไม่ได้เชื่อมต่อกับเซิร์ฟเวอร์ที่รีจีสเตอร์เป็นเวลานาน

ดัง นั้นพึงจำไว้ว่า รีจีสเตอร์ใหม่ทุกครั้งเสียเงินทุกครั้ง ส่วนถ้าใครไม่อยากรีจีสเตอร์ต้องผ่านโอปอเรเตอร์ก็คงต้องใช้ตัวช่วยอย่าง iPhoneDelivery ก็ได้เช่นกันครับ

ทราบไหมว่า พีซีที่คุณใช้จะช่วยรักษาโลกใบนี้ได้มากน้อยแค่ไหน?

แทน ทีคุณผู้อ่านจะต้องคอยปรับลดความสว่างของหน้าจอลง เปิดปิดเครื่อง ตลอดจนตั้งค่าโน่นนี่ เพื่อลดการใช้พลังงาน ซึ่งก็ไม่รู้ผลลัพธ์เหมือนกันว่า ทำไปแล้วจะช่วยโลกได้มากน้อยเท่าไร? ลองดาวน์โหลดฟรีแวร์ชื่อว่า Granola มาติดตั้งในเครื่องดูสิครับ ซึ่งนอกจากมันจะไม่ทำให้ประสิทธิภาพการใช้งานของเครื่องลดลงแล้ว ยังช่วยประหยัดพลงงานได้มากอีกด้วย เนื่องจากการทำงานของโปรแกรมจะใช้ คุณสมบัติ DVFS (Dynamic Voltage & Frequency Settings) ที่มีอยู่ในพีซีส่วนใหญ่ทีมีอายุไม่เกิน 5 ปี โดยพื้นฐานการทำงานของโปรแกรมจะเป็นการควบคุมการทำงานของ CPU ให้สอดคล้องกับความต้องการในการประมวลผล

ฟัง ดูเหมือนเล็กน้อย แต่ทีมพัฒนาฟรีแวร์ตัวนี้ระบุว่า มันสามารถประหยัดการใช้พลังงานคิดเป็นค่าไฟฟ้าที่ลดลงได้มากกว่า 30 ปอนด์ หรือประมาณ 1,500 บาทต่อปี ลดปริมาณคาร์บอนได้มากกว่า 200 กิโลกรัมต่อปีเลยทีเดียว ผู้ใช้ยังสามารถลงทะเบียนกับทางเว็บไซต์ Granola เพื่อเข้าเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนรักษ์โลก และติดตามผลงานของตนเองว่าช่วยลด ความสูญเสียให้กับโลกใบนี้ได้มากน้อยเท่าไรแล้ว รักษาต้นไม้ได้กี่ต้น และอื่นๆ อีกมากมาย Granola สามารถทำงานได้บน Windows XP, Vista และ Windows 7

มาลบข้อมูลซ้ำๆ ใน Myphone.microsoft.com กันดีกว่า

อย่างไรก็ตามในการ Sync แต่ละครั้ง MyPhone ก็จะคอยเปรียบเทียบค่าที่เก็บไว้อยู่บนเว็บเทียบกับในโทรศัพท์ของเราว่ามี การเปลี่ยนแปลงหรือไม่ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลก่อนหน้านั้นก็จะย้ายไปอยู่ในส่วน Archive ให้ทันที แล้วเอาข้อมูลที่อยู่ในปัจจุบันไปใส่ไว้บนเว็บแทน ซึ่งบางครั้งการที่ย้ายไปโดยอัตโนมัติแบบนี้ อาจจะทำให้ระบบมีการเก็บข้อมูลซ้ำได้ ดังนั้นเพื่อให้ใช้เนื้อที่ได้อย่างคุ้มค่าก็ควรจะลบข้อมูลที่ซ้ำๆ ออกไปเสียก่อน ซึ่งใน Myphone ก็ได้เตรียมคุณสมบัติเพื่อการนี้ไว้แล้ว

1. เข้าไปที่ Myphone.microsoft.com แล้ว Sign in โดยใช้ Windows Live ID

2. คลิกเลือกที่ Archive ที่อยู่ด้านล่างสุด

myphone

3. ทีนี้ก็มานั่งดูก่อนว่ามีอะไรมีข้อมูลอะไรที่คุณ Sync กับระบบบ้าง ถ้า Sync ข้อมูลทุกอย่างบนเครื่องก็จะมีข้อมูลทุกอย่างบนเว็บเช่นกัน มาดูที่ Calendar ดีกว่า ดังนั้นเราก็คลิกที่ Calendar

myphone

4. ในรูปจะเห็นได้ว่าวันที่ 12 สิงหาคมนั้นมีสองรายการที่เหมือนกัน ถ้าอย่างนั้นคงมีรายการอีกไม่น้อยมีจะซ้ำกันแบบนี้

myphone

5. เพื่อค้นหารายการที่ซ้ำกัน เอาเมาส์ไปคลิกที่ Find Duplicates เท่านี้ระบบ ก็จะค้นหารายการที่ซ้ำในหัวข้อ Calendar มาให้ในพริบตา

myphone

6. จากนั้นคุณก็นั่งอ่านดูมีกี่รายการ ซึ่งในหนึ่งหน้าจอจะแสดงได้ 15 รายการเท่านั้น ซึ่งในรายการนี้จะมีทั้งหมด 62 รายการ ซึ่งถ้าคุณไม่อยากนั่งอ่านทุกรายการก็เลือกไปที่ คลิ๊กไปที่ Date ในภาพ ซึ่งจะเป็นการเลือกทั้ง 15 รายการที่อยู่ในหน้านี้ พร้อมกันนั้น My Phone จะแสดงตัวเลือก
All appointments on this page are selected. Select all your duplicated appointments. มาให้ด้วย ถ้าคุณอยากลบทั้ง 62 รายการก็ให้คลิ๊กไปที่ Select all your duplicated appointments

myphone

7. จากนั้นก็กด Delete Duplicates เท่านี้คุณก็สามารถลบรายการที่ซ้ำๆ ออกจากเครื่องคุณได้แล้วครับ

หมายเหตุ : สามาถใช้วิธีการเดียวกันนี้กับ Contacts, Tasks, Text messages และที่เหลือทั้งหมดใน Myphone ได้อีกด้วย

วิธีการดาวน์โหลด Adobe Flash Player 10.1 แบบออฟไลน์ ไม่ต้องผ่าน DLM

ซึ่งเวอร์ชันที่ออกมาแรกสุดของ 10.1 คือ 10.1.53.64 (คุณสามารถตรวจสอบด้วยตัวเองได้ว่า Flash ที่คุณใช้อยู่นั้นเป็นเวอร์ชันอะไร ด้วยการเข้าไปที่ http://www.adobe.com/software/flash/about/) ดังนั้นเวอร์ชันใหม่ที่แก้บั๊กแล้วคือ 10.1.82.76 แล้ว ซึ่งเวอร์ชันใหม่นี้ Adobe จะบังคับให้คุณดาวน์โหลดผ่าน DLM หรือ Adobe Download Manager นั่นเอง ซึ่งก็ต้องเสียเวลารออีกนาน ถ้าไม่อยากรอก็ทำตามนี้ครับ แต่ต้องเตรียมบราวเซอร์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ Internet Explorer ไม่ว่าจะเป็น Firefox, Mozilla, Netscape, Opera, Safari ก็ได้เอาไว้ด้วยนะครับ แค่โปรแกรมเดียวก็พอ ไม่ต้องโหลดมาทุกไฟล์ เพราะ Flash บนวินโดวส์นั้นทำงานอยู่สองแบบคือ แบบ Active X กับ ไม่ใช่ Active X

1. สมมติว่าจะเลือกโหลด Flash ของ Internet Explorer ซึ่งเป็นแบบ Active X ก็ต้องใช้ Firefox, Mozilla, Netscape, Opera, Safari ในทิปนี้จะใช้ Firefox เป็นตัวโหลดครับ โดยเข้าไปที่ http://get.adobe.com/flashplayer/otherversions/

2. ให้คุณเลือกระบบปฏิบัติการที่คุณใช้อยู่ แล้วคลิกที่ Continue

3. หลังจากนั้นให้คุณเลือกไปที่ Flash Player 10.1 for Windows Internet Explorer แล้วคลิก Agree and Install now

4. เท่านี้คุณก็สามารถดาวน์โหลด Adobe Flash Player แบบออฟไลน์ ไม่ต้องผ่าน Adobe Download Manager อีกต่อไป โดยที่ไฟล์ที่เราจะดาวน์โหลดก็คือ install_flash_player_ax.exe ครับ แต่เกิดโหลดแบบอัตโนมัติไม่ได้ ให้คลิกที่ Click Here ครับ

5. จากนั้นเราก็เข้าไปดูที่ http://www.adobe.com/software/flash/about/ ว่า Flash ในเครื่องอัพเดตแล้วหรือยัง

สำหรับ ในกรณีที่อยากดาวน์โหลดของ Firefox, Mozilla, Netscape, Opera, Safari ก็เปลี่ยนไปใช้ Internet Explorer แล้วทำตามขั้นตอนข้างบนครับ